ประกัน Keyman ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกันว่า เป็นการใช้เงินของบริษัทมาจ่ายค่าประกันชีวิตหรือสุขภาพให้กับเจ้าของ…
ซึ่งสามารถเอาไปหักค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ด้วย แถมยังเอามาลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาของเจ้าของบริษัทได้อีกด้วยตามกฏหมาย…
แต่ๆๆ สิ่งที่เราอาจจะลืมคิดนั่นคือ❗️
เวลาบริษัทหักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท มันจะต้องไปเป็นรายได้ของใครบางคน ซื้อในกรณีนี้ก็จะเป็นรายได้ของตัวเจ้าของ ที่บริษัทจ่ายเบี้ยประกันให้ในฐานะเป็น Keyman ของกิจการ บลาๆๆ
ทีนี้มันก็ขึ้นอยู่กับว่าฐานภาษีที่บริษัทเราต้องจ่ายเป็นเท่าไหร่ สำหรับบริษัทเจ้าของคนเดียวไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก ก็มักจะอยู่ที่ 20%
แปลว่าพอเรามีค่าใช้จ่ายออกไป ก็เหมือนเราประหยัด 20% นี้ เพราะรายได้ของบริษัทก็จะลดไปตามเบี้ยประกัน(ค่าใช้จ่าย)ที่จ่ายไปนั่นแหละ
แต่พอมันต้องมาเป็นรายได้ของกรรมการ ที่นี้กรรมการมีฐานภาษีบุคคลธรรมดาอยู่ที่เท่าไหร่นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องดู!
เช่น ถ้าฐานภาษีบุคคลธรรมดาอยู่ที่ 30% (เงินได้สุทธิราว 2-5 ล้านต่อปี) หมายความว่ารายได้ที่เราได้รับเพิ่มจากบริษัทในส่วนเบี้ยประกันชีวิตหรือสุขภาพ ก็จะถูกนับเป็นรายได้ และโดนภาษี 30% ทันที!
ประหยัดบริษัท 20% แต่จ่ายบุคคล 30%
มันเหมือนประหยัดกระเป๋าซ้าย แต่ดันมาจ่ายแพงกว่าในกระเป๋าขวา❗️
บางคนอาจจะบอกว่า…
ส่วนที่เจ้าของต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ก็ให้บริษัทจ่ายเงินไปจ่ายแทนให้สิ
มันก็จะวนไปไม่รู้จบ แบบที่ประหยัด 20% แต่ไปจ่ายแพง 30% วนไปอยู่อย่างนั้น ตราบใดที่ฐานภาษีของเจ้าของนั้นสูงกว่าของบริษัท
ประกัน Keyman ดูน่าสนใจเมื่อสมัยอดีต ที่ฐานภาษีของบริษัท 30%++ แต่ตอนนี้ฐานภาษีของ SME ส่วนใหญ่มันอยู่แค่ 20%++
ดังนั้นเราถึงต้องดูเรื่องพวกนี้ประกอบด้วย อย่าเพิ่งดีใจไปว่าได้เพิ่มค่าใช้จ่ายของบริษัท กำไรลดลง ประหยัดภาษีได้อีกหน่อย แต่ดันไปบวมหนักขึ้นในส่วนที่เป็นภาษีบุคคลธรรมดาของตัวเจ้าของ 😱
ผมเล่าให้เห็นภาพใหญ่ๆแบบคร่าวๆให้ดูก่อน หากมีข้อสงสัยตรงไหนเพิ่มเติม อยากสอบถามในรายละเอียดของประกัน Keyman ว่ามันเหมาะกับคุณหรือบริษัทของคุณมั้ย?
ทักผมได้เลยฮะ ดูแลกันอย่างจริงใจ
บอกหมดทุกอย่างว่าอะไรดีอะไรไม่ดี ไม่มีกั๊กครับ ✌🏻
Coach Champ
AIA MDRT เครือขุนพล