เคสนี้ลูกค้ามีประกันสุขภาพเหมาจ่ายอยู่แล้ว จึงไม่ต้องห่วงเรื่องค่ารักษาหากเจ็บป่วยด้วยโรคร้าย หรือผ่าตัดใหญ่ๆ…

แต่รู้สึกว่ายังขาดในส่วนเงินก้อนหากเจ็บป่วยไม่สบาย จะได้เอามาจัดการโน่นนี่ ซึ่งถือว่าลูกค้ามีความเข้าใจ และวางแผนจัดการความเสี่ยงเป็นอย่างดี…

เพราะต่อให้ป่วยหนักๆ ลูกค้าก็แทบไม่ต้องจ่ายค่ารักษาอะไรแล้ว แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ ระยะเวลาในการรักษาและพักฟื้น…

คนส่วนใหญ่มักจะลืมคิดไปว่า แม้ค่ารักษาจะมีคนจ่ายให้(ประกันสุขภาพ หรือสวัสดิการรัฐ) แต่เจ็บป่วยหนักรักษานาน แถมต้องพักฟื้นต่ออีกเป็นปี หากรายได้หายนานๆครอบครัวเราก็เดือดร้อนอยู่ดี! ซึ่งประกันโรคร้ายจะมาตอบโจทย์นี้…

แล้วทำไมถึงต้อง 10 ล้าน!

แน่นอนว่าแต่ละครอบครัวมีความจำเป็นที่แตกต่างกัน ลองนึกถึงในวันที่รายได้หายไปซัก 3 ปี เพราะเราทำงานไม่ได้เต็มที่…

ยังไม่รวมที่ว่า…

เงินก้อนนี้อาจจะเอาไปใช้ในเรื่องของการบำรุงร่างกาย หรือทางเลือกในการรักษาอื่นๆ ที่ไม่อยู่ในความคุ้มครองของประกันสุขภาพได้อีกด้วย…

แล้วค่อยมาคำนวณว่าเราควรจะมีประกันคุ้มครองวงเงินเท่าไหร่ดีหากเกิดเหตุนี้ ที่พาให้เราและครอบครัวผ่าน 3 ปีนี้ไปได้แบบไม่เดือดร้อน ซึ่งของเคสนี้อยู่ที่ 10 ล้าน…

ประกันโรคร้าย…

ถือว่าเป็นทางเลือกการในจัดการที่ใช้เงินก้อนเล็กไปงัดเงินก้อนใหญ่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่เรายังทำงานหารายได้อยู่ครับ เรียกว่าคุ้มครองกันถึง 62 โรคร้าย…

อย่างเคสของลูกค้าท่านนี้…

หากตรวจพบ 44 โรคร้ายรุนแรงได้เงินก้อน 10 ล้าน หรือตรวจพบ 18 โรคร้ายขั้นต้นหรือกลางได้เงินก้อน 4 ล้าน

ที่สำคัญประกันโรคร้ายนี้…

มีทั้งแบบเบี้ยจ่ายทิ้ง ซึ่งเบี้ยจะปรับสูงขึ้นตามอายุ (แต่เบี้ยเริ่มต้นจะต่ำหน่อย) 

กับแบบที่เบี้ยไม่จ่ายทิ้ง ซึ่งเบี้ยจะคงที่เท่าๆกันทุกปี แถมจ่ายเพียงแค่ 20 ปี แต่คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี (เบี้ยเริ่มต้นจะสูงกว่าแบบแรกพอสมควร)

หากมีข้อสงสัยตรงไหนเพิ่มเติม…

หรือสนใจให้ผมช่วยออกแบบทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ รวมถึงค่าชดเชยโรคร้ายต่างๆให้เหมาะสมกับครอบครัวของคุณ…

ทักผมได้เลยฮะ ดูแลกันอย่างจริงใจ บอกหมดทุกอย่างว่าอะไรดีอะไรไม่ดี แบบไม่มีกั๊กครับ ✌🏻

Coach Champ

AIA MDRT เครือขุนพล