วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังว่าเรามีทางเลือกแบบคร่าวๆ ที่ใช้สำหรับการวางแผนเกษียณให้ตัวเรา รวมถึงจัดการมรดกให้กับคนข้างหลัง และตัวผมนั้นเลือกแบบไหนกันบ้าง ตามมาดูกันครับ…
เกษียณแบบเงินก้อน :
วางแผนให้มีเงินก้อนนึงวันเกษียณ แล้วก็ใช้ไปเรื่อยๆ ถ้าอายุยืนกว่าแผนที่คิดไว้ก็อาจจะยุ่งหน่อย เดี๋ยวผมพามาดูทางเลือกคร่าวๆกันครับ
1. เก็บเงินเอง/ฝากธนาคาร
แพ้เงินเฟ้อ ไม่ค่อยแนะนำ แต่ก็ดีกว่าไม่มีเก็บเยอะอยู่
2. ทรัพย์สินต่างๆ
ทองคำ นาฬิกา(บางรุ่น) พันธบัตร กองทุนรวม หุ้น ที่ดินโน่นนี่ ปัญหาใน asset บางอย่างสภาพคล่องอาจจะต่ำ วันที่เราอยากใช้เงินอาจจะขายไม่ได้ ก็จะชัวร์น้อยหน่อย แต่ดีกว่าไม่เก็บอะไรเลย
3. ประกันสะสมทรัพย์
การันตีมีเงินก้อนแน่ๆ ผลตอบแทนไม่ดีนัก เสียชีวิตก่อนครบสัญญาคนข้างหลังได้บ้าง ได้เรื่องวินัยบังคับเราเก็บเงิน อันนี้คีย์สำคัญ
4. ประกันควบการลงทุน
ถ้าจะวางแผนเกษียณผ่านตัวนี้ อาจจะต้องจ่ายเบี้ยเยอะหน่อย เพื่อให้มีเงินไปลงสูงๆ หลังหักค่าใช้จ่าย สำหรับผมถ้าจะเกษียณด้วยท่านี้
ผมอาจจะไปลงทุนตรงๆ ที่ทรัพย์สินอื่นๆแทน ไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายประกันชีวิตที่สูง ตอนอายุเรามากๆ หรือถ้าจะกดให้ความคุ้มครองชีวิตน้อยๆ เพื่อค่าใช้จ่ายจะต่ำๆ จะได้ไปลงทุนมากขึ้น ทำไมไม่ไปวางแผนเกษียณผ่านกองทุนรวม แล้วซื้อประกันชีวิตแยกกันอาจจะคุ้มกว่า
5. ประกันชีวิตตลอดชีพ
เค้ามีมูลค่าเวนคืนที่การันตี ว่าอายุไหนได้เท่าไหร่ แถมหากเป็นอะไรไปก่อน คนข้างหลังก็ได้เงินเยอะกว่าแบบสะสมทรัพย์ในเบี้ยที่เท่าๆกัน
เกษียณแบบมีเงินเข้า ต่อเดือน/ต่อปี :
1. ดอกเบี้ยเงินฝาก
อันนี้ดูชัวร์มากกว่าเพื่อนหน่อยแต่ผลตอบแทนต่ำ ต้องมีเงินเยอะมากๆ ถึงจะทำให้ดอกเบี้ยต่อปีพอใช้
แค่ชัวร์มากกว่า แต่ก็ไม่ได้การันตีอะไร เพราะเมื่อก่อนเราเคยเห็นดอกเบี้ยฝากประจำ 14% ต่อปี วันนี้ดอกเบี้ยฝากประจำก็ร่วงลงได้
2. ค่าเช่าต่างๆ
อันนี้น่าสนใจ เพราะมันโตตามเงินเฟ้อ เช่น ค่าเช่าบ้านสมัยก่อนตอนผมเด็กๆ บ้านเดี่ยว 2 ชั้นหลังละ 800 เอง มาวันนี้… ก็นั่นล่ะครับ สิ่งที่ต้องทำก็จะเป็นการหาผู้เช่าให้ต่อเนื่อง
หรืออาจจะเป็นค่าเช่าอื่นๆ ค่อยๆสะสมให้ค่าเช่าต่อเดือน เพียงพอกับรายจ่ายต่อเดือนของเราในวันเกษียณ อันนี้สวยเลย
3. ประกันบำนาญ
ที่พูดเรื่องประกันบำนาญ เพราะเราสามารถซื้อให้เพียงพอกับความต้องการของเราได้ เช่น เราวางแผนว่าปีนึงจะใช้เท่าไหร่ยามเกษียณ ก็ออกแบบประกันบำนาญให้เพียงพอ
แม้ว่าเบี้ยจะดูสูงหน่อย แต่ข้อดีก็คือการันตีว่าได้เท่านี้ชัวร์ๆ แถมเอามาลดหย่อนภาษีได้ด้วย ถ้าเราซื้อตั้งแต่อายุน้อยๆ นับที่เราได้ลดหย่อนแต่ละปีรวมกันจนถึงวันที่เราเกษียณ เรียกว่าประหยัดได้เป็นแสนเป็นล้านเลยครับ
4. ปันผลหุ้น
สำหรับคนที่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องหุ้น อันนี้มันคล้ายๆดอกเบี้ยเงินฝากนี่แหละ แต่เปอร์เซนต์ของผลตอบแทนมันจะเทียบกับราคาหุ้น แปลว่าถ้าหุ้นตัวนึงปกติปันผล 10%
วันที่เค้าราคาหุ้นละ 10 บาท เราก็ได้ปันผล 1 บาท แต่ผ่านไป 10-20 ปี ราคาหุ้นเค้าเป็น 100 บาท เราก็ได้ปันผล 10 บาท ถ้าเทียบกับเงินต้น 10 บาทในตอนนั้น เหมือนเราได้ปันผล 100% จากเงินต้นเลยทีเดียว
ผมเลือกประกันมาเป็นหลัก เพราะว่าสามารถสร้างเงินที่เรายังไม่มีได้ เพราะจ่ายเบี้ยประกันไม่มาก แต่ได้ความคุ้มครองสูง
การวางแผนมรดก :
แปลว่าถ้าพลาดท่าเสียชีวิตเร็ว เราจ่ายเบี้ยน้อยคนข้างหลังได้มรดกตามเป้า แต่ถ้าเราอายุยืนเราก็ยังจ่ายเบี้ยน้อยกว่าทุนประกันชีวิตที่เราได้อยู่ดี
1. ประกันสะสมทรัพย์
อาจจะค่อยตอบโจทย์นี้ เพราะมันมีช่วงระยะเวลา เช่น 15/25 แปลว่าครบ 25 ปี เราจะได้เงินซึ่งอาจจะเผลอเอาไปใช้จ่ายก่อนได้ ไม่ได้ส่งต่อ
2. ประกันควบการลงทุน
ตัวนี้ถ้าเราอายุไม่ยืนค่อนข้างดี เพราะด้วยเบี้ยที่เท่าๆกันกับประกันแบบอื่น เราได้ความคุ้มครองสูงกว่า
แต่ถ้าเราอายุยืนทุนชีวิตสูงๆของเรา จะมีค่าใช้จ่ายด้านในจะสูงมาก(แม้ว่าตัวแทนจะบอกว่าเบี้ยคงที่) ครั้นจะลดทุนประกันเพื่อให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลด มันก็จะผิดจุดประสงค์ที่จะทำให้คนข้างหลัง
และด้วยค่าใช้จ่ายประกันชีวิตด้านในที่สูง จึงทำให้กรมธรรม์มีโอกาสปิดตัวลง และไม่เหลือมูลค่าใดๆ จนทำให้ส่งต่อเป็นมรดกไม่ได้ ในกรณีที่เราอายุยืน
3. ประกันแบบตลอดชีพ
จ่ายเบี้ยคงที่ 10-20 ปี การันตีว่าครอบครัวเราจะได้เงินนี้แน่ๆ ถ้าเราไปไวคนข้างหลังได้เงิน ถ้าเราอายุถึง 99 เราก็ได้เงินเอง
แปลว่าไม่ว่าจะจากไปไว หรืออายุยืน ประกันแบบนี้จะการันตีว่าไม่ใครก็ใครในครอบครัวเราต้องได้ทุนประกันนี้แน่ๆ
แล้วผมเลือกอะไร?
เรื่องเกษียณ…
ส่วนตัวผมชอบหุ้นปันผล เราพอจะรู้คร่าวๆว่าจะได้ปันผลต่อปี ปีละประมาณเท่าไหร่ แม้ว่าจะไม่ชัวร์ แต่มันมีวิธีที่จะทำให้เราได้ค่อนข้างใกล้เคียงอยู่ (ไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังในเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นฮะ)
และผมก็ใช้ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ถือเป็นแบบ 2 in 1 ไปด้วยในตัว
คือวันที่ผมจากไปไว ลูกๆและภรรยาผมก็ได้มรดกตามแผนครอบครัวไม่กระทบ ถ้าแต่วันใดที่ลูกๆผมรวยกว่าผมแบบจัดๆ ก็ไม่ต้องให้มรดกอะไรละฮ่าๆๆ วันนั้นผมก็จะเวนคืนกรมธรรม์เอาเงินก้อนออกมาเกษียณ หรือเที่ยวกับภรรยาแบบชิลๆ
เรื่องมรดก…
ผมเลือกประกันชีวิตแบบตลอดชีพ เพราะเป็นอันที่ใช้เงินน้อยสุดแบบการันตี ว่าคนข้างหลังจะได้ 10 ล้าน 100 ล้าน ตามแผนที่เราคิดไว้ว่าจะเพียงพอกับเค้าซัก 10 ปี หากเราจากไปก่อนวัยอันควร
จริงๆอาจจะมี Option อื่นๆ ที่ผมไม่ได้พูดถึง…แต่เดี๋ยวมันจะเยอะและยาวไปกว่านี้
เอาเป็นว่าหากแฟนเพจหรือเพื่อนๆมีข้อสงสัย อยากสอบถาม หรือให้ผมช่วยดูเรื่องประกัน หรือหุ้นปันผลให้ ก็ทักทายผมส่วนตัวได้เลยครับ
Coach Champ
AIA MDRT เครือขุนพล